เมนูหลัก

เกี่ยวกับตำบล - สถานที่สำคัญ

  • ประวัติตำบลศิลา

    ประวัติตำบลศิลา

    ต้นแม่น้ำป่าสัก     ภูเขาสลับสูงชัน

    สวยตระหง่านน้ำตกซำบุ่น     ไออุ่นวัฒนธรรมดอกแขม

    ดินแดนผักกูดหวาน หลักศิลาเล่าขาน ตำนานร้อยปี

    เรื่องราวที่ท่านจะได้ศึกษาต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวที่เล่าสืบกันมาจากปากต่อปาก ไม่มีการจดบันทึก
    เป็นลายลักษณ์อักษรจากนี้เป็นข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่จริง ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าสืบต่อกันมาว่า
    ชาวบ้านศิลาได้อพยพมาจากเวียงจันทร์ ส.ป.ป.ลาว เพื่อหาที่อยู่อาศัยอันอุดมสมบูรณ์ จึงสร้างบ้านแปงเมือง
    เริ่มต้นด้วยการประกอบอาชีพทางการเกษตร เริ่มแรกผู้คนอพยพ ข้ามแม่น้ำโขงมาทางอำเภอปากชม จังหวัดเลย
    เดินทางลัดเลาะมาตามแม่น้ำเลย บางส่วนได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ลุ่มแม่น้ำเลย บางส่วนก็เดินทางต่อจนกระทั่งมาถึงต้นแม่น้ำย่าและแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นถิ่นที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การทำการเกษตรเพื่อดำรงชีวิต จึงเป็นการลงหลักปักฐานอันมั่นคงต่อมา ดังคำกล่าวที่ว่า

    เดินทาง           จากล่างบน       จนมาถึง

    ถิ่นที่ซึ่ง           ฟ้าฝนดี           มีบึงหนอง

    มีป่าดง            กว้างใหญ่         ให้จับจอง

    มีพี่น้อง           ต่างเหล่า         ต่างเผ่าพันธุ์

    กว่าจะถาง       ให้ป่า             เป็นนาไร่

    กว่าจะได้         มีเป็น             เช่นที่ฝัน

    มีบ้านเรือน       ไร่นา              สารพัน

    ต้องฝ่าฟัน        ความทุกข์ยาก    ลำบากกาย

    ชื่อหมู่บ้าน “ศิลา” มีความเป็นมาอันน่าสนใจยิ่งในพื้นที่หมู่บ้านแห่งนี้มีหินศิลาแลง ซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกว่า “หินศิลาเลข”
    เป็นแท่งหินขนาดใหญ่และใกล้เคียงกันตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ 2 แถว มีทั้งหมด 10 แท่ง แถวแรกมี 7 แท่ง
    ตั้งเรียงเป็นแนวตรงแถวที่สอง มี 3 แท่ง มีลักษณะเป็นเส้นโค้งสอดรับกับโคนต้นไทรขนาดใหญ่ที่ขึ้นอยู่บริเวณนั้นถัดจากนั้นไป
    ประมาณ 7 เมตร จะมีแท่นศิลาขนาดใหญ่และ หมอนหินรวมอยู่ด้วย คนโบราณมักพูดเสมอว่า “บุ่งทอง หนองปลา หินศิลาเลข”
    และอีกคำคือ“หินนอน หมอนเถิ้ง” คำว่า “บุ่งทอง” คือ แอ่งน้ำที่เป็นทำเลทองเป็นพื้นที่เหมาะแก่การทำการเกษตร
    น้ำจะเต็มแอ่งตลอดทั้งปีไม่มีแห้งขอด ในหนองน้ำเต็มไปด้วยสัตว์น้ำน้อยใหญ่ ณ บริเวณใกล้หินศิลาแลง จึงเป็นที่มาของชื่อ
    “บ้านศิลา” หินศิลาแลง หรือหินศิลาเลขตั้งอยู่ในวัดป่าศิลาจารย์ บ้านศิลา หมู่ที่ 6 ตำบลศิลา อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์
    เป็นหมู่บ้านแห่งแรกของตำบลศิลา แล้วแผ่ขยายจนกลายเป็น 16 หมู่บ้าน ณ ปัจจุบัน ความเชื่อชาวบ้านเกี่ยวกับหินศิลาแลง
    แยกได้เป็น 2 ความเชื่อได้แก่ ความเชื่อแรก ชาวบ้านเชื่อว่า หินศิลาแลงเป็นสัญลักษณ์ทางโคจรของเหล่าวิญญาณผีทั้งหลาย    
     หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ประตูผี” จะสังเกตเห็นว่าเวลาเราเดินเข้าไปภายในวัดแล้วมองไปทางซ้ายมือเราจะมองเห็นหินศิลาแลง 7 แท่ง
    ที่มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกันตั้งเรียงรายเชื่อมต่อเข้าไปยังดอนหอ คนโบราณเล่าให้ฟังว่าหินศิลาแลงทั้ง 10 แท่ง เป็นหินมีชีวิต
    พอตกตอนกลางคืน หินศิลาแลงก็จะลมลงนอนราบกับพื้นดิน พอตอนเช้าหินก็จะตั้งขึ้นเอง ซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ จึงเป็นที่เคารพกราบไหว้บูชา
    ในทุกๆ ปี ชาวบ้านจะประกอบพิธีบวงสรวงเซ่นไหว้ ของเซ่นไหว้คือ ตัวตุ่นและตัวอ้น อย่างละหลายๆ ตัวเท่าที่ชาวบ้านหามาได้แล้วนำสัตว์
    ทั้ง 2 ชนิดนั้นไปมัดไว้ในดอนหอ ไม่กี่นาทีสัตว์เหล่านั้นก็ดิ้นตายเอง โดยชาวบ้านไม่ต้องเป็นผู้ลงมือฆ่า ในขณะทำพิธีเซ่นไหว้นั้น ผู้นำในการประกอบพิธีกรรม จะกล่าวด้วยเสียง  อันดังว่า “ขณะทำพิธี คนในไม่ให้ออก คนนอกไม่ให้เข้า” จนกว่าจะเสร็จพิธี หากมีชาวบ้านคนใดฝ่าฝืน
    ก็จะมีอันเป็นไป หรือแม้แต่ยวดยานพาหนะทุกชนิดก็ห้ามผ่านเข้าออกในช่วงเวลาดังกล่าว ความเชื่อที่สอง เป็นความเชื่อทางศาสนา
    พระสงฆ์มีความเชื่อว่า หินศิลาแลงที่ตั้งอยู่ในแต่ละจุดเรียกว่า “ใบสีมา” ซึ่งได้ตั้งเป็นเขตสีมาชั่วคราว สำหรับให้พระสงฆ์ 2 ตำบล
    คือ ตำบลศิลาและตำบลตาดกลอย ได้มาลงอุโบสถทบทวนพระธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในวันพระ 15 ค่ำของทุกๆ เดือน เพราะสมัยก่อนพระสงฆ์ต้องเดินทางด้วยเท้าไปลงอุโบสถที่ตัวอำเภอหล่มเก่าเท่านั้น เจ้าคณะอำเภอในสมัยนั้น จึงให้คณะสงฆ์ทั้ง 2 ตำบล กำหนดเขตสีมา เพื่อความสะดวกและเพื่อประโยชน์  ของพระสงฆ์เอง ส่วน”หินนอน หมอนเถิ้ง” คนโบราณเชื่อว่าคือที่ประทับของพระพุทธเจ้า ในระหว่างทางที่พระองค์เสด็จไปโปรดเวไนยสัตว์ที่ประเทศลาว ทั้งหมดคือความเชื่ออันมีผลต่อจิตใจและการดำเนินชีวิตของชาวบ้านศิลาและชาวบ้านใกล้เคียงมาจนกระทั่งปัจจุบัน

     

     

     

     

  • กลับหน้ารวม สถานที่สำคัญ


0.02s. 1.00MB