เมนูหลัก

ข่าวสารและกิจกรรม-ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรม

ประชาสัมพันธ์ภาษี ประจำปี 63

แชร์

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

 สาระสำคัญของ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562

พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562

วันเริ่มบังคับใช้กฎหมาย ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒ วันเริ่มจัดเก็บภาษี ๑ มกราคม ๒๕๖๓

        ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษี ประเภทใหม่ ที่จะนำมาใช้จัดเก็บแทนภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่  โดยรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด จะเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น

วิธีการชำระภาษี

      * องค์การบริหารส่วนตำบลศิลา จะแจ้งการประเมินภาษี ภายในเดือนกุมภาพันธ์  ๒๕๖๓

      *ผู้มีหน้าที่เสียภาษีชำระภาษี ตามแบบแจ้งการประเมิน ภายในเดือนเมษายน  ๒๕๖๓

      *หากมียอดภาษี 3,000 บาทขึ้นไป สามารถผ่อนชำระได้ 3 งวด คือจ่ายในเดือนเมษายน, พฤษภาคม และ

       มิถุนายน

หลักการจัดเก็บภาษี

    * บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีหน้าที่เสียภาษี

    * ฐานภาษีคิดจากมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

    * อัตราภาษีเป็นรูปแบบขั้นบันไดเพิ่มตามฐานภาษี

    * ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้าง ผู้ครอบครอง 

      หรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็น ทรัพย์สินของรัฐ

    * ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษี  ได้แก่ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และ ห้องชุด

     ฐานภาษี  คือ มูลค่าทั้งหมดของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง โดยการคำนวณมูลค่าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง เป็นไป  

      ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

             ที่ดิน             ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ

             สิ่งปลูกสร้าง    ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้างเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ

             สิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุด  ให้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุดเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ

           * กรณีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์การคำนวณมูลค่าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์    

             วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

     * อัตราภาษี ได้มีการแบ่งประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็น 4 กลุ่ม ตาม ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน

      ได้แก่ เกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม และ ที่ดินรกร้างว่างเปล่า อัตราภาษีที่ใช้จัดเก็บจะเป็น

      รูปแบบขั้นบันไดเพิ่มขึ้นตาม มูลค่าของฐานภาษี

    * ถ้าที่ดินเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ ไม่ว่าภาระภาษีจะสูงขึ้นหรือลดลง ผู้เสียภาษีต้องแจ้งการ

       เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใน 60 วัน

       นับตั้งแต่รู้เหตุว่ามีการเปลี่ยนแปลง

 อัตราจัดเก็บภาษี

(๑)    ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม (ต้องเป็นการทำนา ทำไร่ ทำสวน     

     เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ) ให้มีอัตราภาษีไม่เกิน ร้อยละ ๐.๑๕ ของฐานภาษี

 (๒) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละ ๐.๓

      ของฐานภาษี                                                                                             

 (๓) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจาก (๑) หรือ (๒) ให้มีอัตราภาษีไม่เกิน

      ร้อยละ  ๑.๒  ของฐานภาษี

(๔) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ ให้มีอัตรา

     ภาษีไม่เกินร้อยละ  ๑.๒  ของฐานภาษี

 อัตราการเก็บภาษี 

         อัตราการเก็บภาษีที่ดินใหม่ จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามลักษณะการใช้ประโยชน์ ได้แก่ เกษตรกรรม, ที่อยู่อาศัย, พาณิชยกรรม และที่ดินรกร้างว่างเปล่า โดยคิดอัตราภาษีเป็นรูปแบบขั้นบันไดเพิ่มขึ้นตามมูลค่า ดังนี้

1.      เกษตรกรรม เพดานภาษีสูงสุด 0.15%

 สำหรับการใช้ที่ดินเพื่อทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ และกิจการอื่นตามที่ประกาศกำหนด
                         - มูลค่า 0-75          ล้านบาท           อัตราภาษี 0.01%
                         - มูลค่า 75-100       ล้านบาท           อัตราภาษี 0.03%
                         - มูลค่า 100-500      ล้านบาท           อัตราภาษี 0.05%
                         - มูลค่า 500-1,000    ล้านบาท          อัตราภาษี 0.07%
                         - มูลค่าเกิน 1,000     ล้านบาทขึ้นไป    อัตราภาษี 0.10%
     * กรณีเป็นบุคคลธรรมดาที่ทำการเกษตร ไม่ต้องเสียภาษีใน 3 ปีแรกที่กฎหมายบังคับใช้
     * ปีที่ 4 เป็นต้นไป ได้รับยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีในแต่ละ อปท. รวมกันไม่เกิน 50 ล้านบาทเป็นการถาวร

2. ที่พักอาศัย เพดานภาษีสูงสุด 0.3%

   *กรณีบ้านหลังหลัก โดยบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน(บ้าน+ ที่ดิน)

                        - มูลค่าไม่ถึง 25  ล้านบาท        อัตราภาษี 0.03%
                        - มูลค่า 25-50   ล้านบาท        อัตราภาษี 0.05%
                        - มูลค่า 50        ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.10%
* กรณีบ้านหลังหลักที่เป็นเจ้าของบ้านและเจ้าของที่ดิน (เจ้าของบ้านอาศัยอยู่เอง) จะได้รับการยกเว้นภาษี 50 ล้านบาทแรก

    *กรณีบ้านหลังหลัก โดยบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
                        - มูลค่าไม่ถึง 40   ล้านบาท       อัตราภาษี 0.02%
                        - มูลค่า 40-65    ล้านบาท       อัตราภาษี 0.03%
                        - มูลค่า 65-90    ล้านบาท       อัตราภาษี 0.05%
                        - มูลค่า 90         ล้านบาทขึ้นไป  อัตราภาษี 0.10%
* กรณีเป็นเจ้าของเฉพาะบ้านอย่างเดียว (บ้านเจ้าของอยู่เองบนที่ดินเช่า) จะได้รับการยกเว้นภาษี 10 ล้านบาทแรก      

  * กรณีบ้านหลังอื่น ๆ
                        - มูลค่าไม่ถึง 50   ล้านบาท       อัตราภาษี 0.02%
                        - มูลค่า 50-75    ล้านบาท       อัตราภาษี 0.03%
                        - มูลค่า 75-100  ล้านบาท       อัตราภาษี 0.05%
                        - มูลค่า 100       ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.10% 

3. กลุ่มพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม เพดานภาษีสูงสุด 1.2%

                 - มูลค่า 0-50             ล้านบาท      อัตราภาษี 0.3% 

                        - มูลค่า 50-200         ล้านบาท      อัตราภาษี 0.4%
                        - มูลค่า 200-1,000    ล้านบาท      อัตราภาษี 0.5%
                        - มูลค่า 1,000-5,000  ล้านบาท     อัตราภาษี 0.6%
                        - มูลค่าเกิน 5,000        ล้านบาท     อัตราภาษี 0.7%

4. ที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่ได้ทำประโยชน์ เพดานภาษีสูงสุด 1.2% แต่จะเพิ่มเพดานเป็น 3% เมื่อปล่อยรกร้างว่างเปล่า ติดต่อกัน 3 ปี

หมายถึง  ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ทำประโยชน์ตามควร หรือถูกปล่อยทิ้งไว้ว่างเปล่า
                         - มูลค่า 0-50            ล้านบาท   อัตราภาษี 0.3%
                         - มูลค่า 50-200        ล้านบาท   อัตราภาษี 0.4%
                         - มูลค่า 200-1,000    ล้านบาท  อัตราภาษี 0.5%
                         - มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท   อัตราภาษี 0.6%
                         - มูลค่าเกิน 5,000       ล้านบาท   อัตราภาษี 0.7%
นอกจากนี้ หากปล่อยรกร้าง เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน จะถูกเก็บภาษีเพิ่มอีก 0.3% ในปีที่ 4 และถูกเก็บเพิ่มขึ้น 0.3% ทุก ๆ 3 ปี หากยังไม่ได้มีการนำมาทำประโยชน์ แต่สูงสุดไม่เกิน 3%

      ทั้งนี้ อัตราการเก็บภาษีตามมูลค่าแบบขั้นบันไดดังกล่าว จะบังคับใช้ใน 2 ปีแรก (2563-2564) ส่วนปีต่อไปจะพิจารณาเก็บตามอัตราเพดานสูงสุดอีกที

วิธีคำนวณภาษีที่ดิน

        การคิดภาษีที่ดินแต่ละประเภทจะใช้มูลค่าทรัพย์สินที่ประเมินจากกรมธนารักษ์ โดยจะมีการปรับตามรอบบัญชีประเมินราคาทุก 4 ปี ซึ่งแยกวิธีคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายออกเป็น ดังนี้

 ที่ดินไม่มีสิ่งปลูกสร้าง
          ภาระภาษี = มูลค่าที่ดิน x อัตราภาษี
         โดยมูลค่าที่ดิน = ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน (ต่อ ตร.ว.) x ขนาดพื้นที่ดิน

มีทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
         ภาระภาษี = (มูลค่าที่ดิน + มูลค่าสิ่งปลูกสร้าง) x อัตราภาษี
โดยมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง = (ราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้าง (ต่อ ตร.ม.) x ขนาดพื้นที่สิ่งปลูกสร้าง) – ค่าเสื่อมราคา

ห้องชุด
           ภาระภาษี = มูลค่าห้องชุด x อัตราภาษี
           โดยมูลค่าห้องชุด = ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด (ต่อ ตร.ม.) x ขนาดพื้นที่ห้องชุด (ตร.ม.)
(หมายเหตุ : กรมธนารักษ์จะเป็นผู้กำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน ราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด และอัตราค่าเสื่อมราคา)

 อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษี ใน 3 ปีแรกของของเรียกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ หากผู้เสียภาษีมีภาระที่ต้องจ่ายสูงกว่าที่เคยจ่ายภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือภาษีบำรุงท้องที่ ให้ผู้เสียภาษีชำระภาษีตามจำนวนประเมินในปีก่อนหน้าที่กฎหมายนี้บังคับใช้ แล้วเหลือภาระภาษีเท่าไร ให้ชำระส่วนที่เหลือ ดังนี้

                         - ปีที่ 1 จ่าย 25% ของจำนวนภาษีที่เหลือ
                        - ปีที่ 2 จ่าย 50% ของจำนวนภาษีที่เหลือ
                        - ปีที่ 3 จ่าย 75% ของจำนวนภาษีที่เหลือ

 การยกเว้นมูลค่าของฐานภาษี

            ๑. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมอยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด    ให้ได้รับยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นรวมกันไม่เกิน  ๕๐

ล้านบาท

            ๒. ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาใช้เป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในวันที่

๑  มกราคมของปีภาษีนั้น ให้ได้รับยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน  ๕๐ ล้านบาท

             ๓. กรณีที่บุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ให้ได้รับยกเว้นมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท

  ทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นการเก็บภาษี
1. สาธารณสมบัติของแผ่นดิน
2. ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่ไม่ได้ใช้หาผลประโยชน์
3. ทรัพย์สินของรัฐที่ไม่ได้ใช้หาผลประโยชน์
4. ที่ทำการองค์การสหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ
5. สถานทูต หรือสถานกงสุลต่างประเทศ
6. ทรัพย์สินของสภากาชาดไทย
7. ศาสนสมบัติที่ไม่ได้หาผลประโยชน์
8. ทรัพย์สินที่ใช้เป็นสุสานสาธารณะ หรือฌาปนสถานสาธารณะ
9. มูลนิธิหรือองค์การที่ประกอบกิจการสาธารณะ
10. ทรัพย์สินของเอกชน ที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์
11. ทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุด และหมู่บ้านจัดสรร
12. ที่ดินนิคมอุตสาหกรรม

 ภาษีป้าย

                          ภาษีป้าย  หมายถึง ภาษีที่เก็บจาก ป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่น เพื่อหารายได้ หรือโฆษณาการค้า หรือกิจการอื่นเพื่อหารายได้  ไม่ว่าจะได้แสดงหรือโฆษณาไว้ที่วัตถุใด ๆ ด้วยอักษร ภาพ หรือเครื่องหมายที่เขียน แกะสลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่น

             อัตราภาษีป้าย

1.      อักษรไทยล้วน  3 บาท/ 500 ตร.ซม

2.      อักษรไทยปนต่างประเทศ/ภาพและ/เครื่องหมาย อัตรา  20 บาท/ 500 ตร.ซม

๓.       ป้ายต่อไปนี้อัตรา  40 บาท/ 500 ตร.ซม

ก.       ไม่มีอักษรไทย

ข.       อักษรไทยบางส่วน/ทั้งหมดอยู่ใต้หรือต่ำกว่าอักษรต่างประเทศ

ถ้ามีอัตราที่ต้องเสียภาษีต่ำกว่าป้ายละ 200  ให้เสียภาษีป้ายละ  200  บาท

           ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย  คือ เจ้าของป้าย  ถ้าหาตัวเจ้าของป้ายไม่ได้  ให้ผู้ครอบครองป้ายเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี  ถ้าไม่อาจหาตัวผู้ครอบครองป้ายนั้นได้  ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร หรือ ที่ดินที่ป้ายติดตั้งอยู่เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามลำดับ

ขั้นตอนการชำระภาษีป้าย

1.      การยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีป้าย (ภป.2) ประจำปี 256๓  ให้เจ้าของป้ายไปยื่นแบบ

 ภป.2  ภายใน วันที่   31  มีนาคม  256๓ 

                    กรณีดังต่อไปนี้  ให้เจ้าของป้ายยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี  ภายใน  15  วัน 

-          ติดตั้งหรือแสดงป้าย  อันต้องเสียภาษีภายหลังเดือนมีนาคม

-          ติดตั้งหรือแสดงป้ายใหม่แทนป้ายเดิม  และมีพื้นที่ข้อความภาพ และเครื่องหมายอย่างเดียวกับป้ายเดิมที่ได้เสียภาษีแล้ว

-          เปลี่ยนแปลงแก้ไขพื้นที่ป้าย  ข้อความภาพหรือเครื่องหมายบางส่วนในป้ายที่ได้เสียภาษีแล้ว อันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีป้ายเพิ่มขึ้น

 กรณีที่มีการโอนย้ายป้าย  ให้ผู้รับโอนแจ้งการโอนภายใน  30  วัน  นับแต่วันรับโอน 

                    กรณีเจ้าของป้ายไม่ไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในเวลาที่กำหนด  ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 10   ของจำนวนเงินที่เสียภาษีป้าย  เว้นแต่กรณีที่เจ้าของป้ายได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีป้าย  ก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะได้แจ้งให้ทราบถึงการละเว้นนั้น  ให้เสียเพิ่มร้อยละ  5  ของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีป้าย

                   กรณียื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายไม่ถูกต้อง  ทำให้จำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีป้ายลดน้อยลง ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 10 ของภาษีป้ายที่ประเมินเพิ่มเติม เว้นแต่กรณีที่เจ้าของป้ายได้มาขอแก้ไขแบบแสดงรายการภาษีป้ายให้ถูกต้องก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งการประเมิน

2.      การชำระเงินภาษีป้ายประจำปี  256๓   ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องชำระภาษีป้ายประจำปี  256๓

ภายในวันที่   31  มีนาคม  256๓  โดยชำระ ณ อบต.ศิลา  หรือส่งธนาณัติ  ตั๋วแลกเงินของธนาคารหรือเช็คที่ธนาคารรับรอง หรือชำระผ่านธนาคารทางใดทางหนึ่งก็ได้

        กรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้ายไม่ชำระภาษี  ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 2 ต่อเดือน  ของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีป้าย  เศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน

เอกสารแนบคลิกเพื่อ ดาว์นโหลดเอกสาร


กลับหน้ารวม ข่าวสารและกิจกรรม-ข่าวประชาสัมพันธ์และกิจกรรม
0.02s. 2.00MB